NoneZero said : คิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือเสียชีวิตแล้ว via Twitter

Black Friday 2011 “เอาอยู่” รึเปล่า?

ในที่สุดเทศกาลประจำปีสำหรับนักช๊อบในฝั่งนู้นก็มาถึงอีกรอบ สำหรับมือเก่าคงไม่ต้องเล่าให้เสียเวลาว่าอะไรคือ Black Friday ส่วนมือใหม่ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามันคืออะไร ลองกลับไปอ่านบทควมเก่าที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อปี 2009 http://www.afflovers.com/?p=707 ดูครับ

สำหรับปีนี้แผนงานหลายคนอาจจะต้องเปลี่ยนไปจากปีที่แล้ว เพราะรูปแบบการจัดอันดับใน Search Engine เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งกฎใหม่ๆ ที่ทางเจ้าของสินค้าคอยเปลี่ยนอยู่เสมอจนบางคนถึงกับปวดตับ ทนทำใจไม่ได้ที่จะต้องไล่ตามตลอดเวลา

Bfd

ลองมาดูการให้น้ำหนักของผมดีกว่าครับ ว่าปีนี้ผมเตรียมช่องทางทำเงินไว้กี่ช่องทาง และให้น้ำหนักมันมากน้อยขนาดไหน

1. Facebook Notes – ใครไม่ทำถือว่าตกเทรนด์เลยครับ เนื่องจากช่วงนี้เหมือนมีโปรโมชั่น ใครขยันหน่อยก็ทำขึ้นมาเยอะๆ ครับ แต่สำหรับช่องทางนี้ผมบอกได้เลยครับว่าใช้ได้อีกไม่นาน เพราะจะสังเกตุเห็นว่าเริ่มเป็นขยะในหน้าผลการค้นหาเสียแล้ว แต่มันคือโอกาส ผมให้ช่องทางนี้อยู่ที่ 20% ครับ

2. Mass Websites – การปั่นเว็บจำนวนมากยังคงใช้ได้ดี ในที่นี้ผมไม่นับปั่น sub domain ครับ เพราะผมทำแล้วไม่เคยได้ผล ใครกล้าลงทุนเล่น .com ไปเลยครับ เพราะสามารถทำอันดับได้ดีกว่านามสกุลอื่นๆ แต่อย่างว่าโอกาสโดนแบนมันมี ฉะนั้นผมให้เท่า Facebook ครับ 20%

3. PP ต่างๆ – เช่นเดิมสำหรับ PPC, PPT, PPP หรืออื่นๆ เพื่อนรักของผม ยังไงก็จะยังคงทำกันต่อไป เพราะทำแล้วปล่อยแทบไม่ได้ไปขยับ Acc รายได้ยังคงมีมาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ใครไม่เคยลองก็อยากให้ได้ไปแตะสักนิด ช่วงปลายปี Conversion สูง บิดไม่ต้องแพงมาก รับรองกำไรครับ ผมลงให้ 30%

4.Blog คุณภาพ – เป็นช่องทางที่ผมยึดถือ และทำมาอยู่เสมอ เพราะยั่งยืน และสามารถทำกำไรกลับมาได้ แม้ว่ารูปแบบการจัดอันดับจะเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน ถึงแม้ว่ารายได้จากช่องทางนี้จะไม่มากนัก แต่คุ้มค่าครับ 30%

ครบ 100% แล้ว… แต่ผมมี % ส่วนที่เหลือที่ถือว่าเป็น โบนัส ช่องทางโบนัสที่ว่าคือ “ความขยัน” ใครที่ขยันมากก็จะได้โบนัสมากไปเป็นของขวัญปีใหม่ ส่วนตัวผมลงเกิน 100% ตลอดครับ

ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ได้วางแผนการทำงาน และมองหาโอกาสใหม่อยู่เสมอนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดี

สุดยอด 5 เทคนิคเชิญชวนให้สำเร็จ [Case Study : Ensogo.com]

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าคงจะสบายดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บกันถ้วนหน้า ผมเห็นบางคนขยันหาเงินจนสุขภาพทรุดโทรม แบบนั้นมันก็เกินไป ยังไงเสียเงินก็ไม่ใช่ทุกสิ่ง พักผ่อนบ้าง หาความสุขใส่ตัวเอง และครอบครัวบ้าง มันจะทำให้การใช้ชีวิตเราเป็นไปอย่างสมดุลครับ

สำหรับวันนี้ผมจะมาบอกเล่าถึงเทคนิคการกระตุ้นให้คนสมัครสมาชิกผ่านลิงค์ของเรา โดยสิ่งที่เราได้ตอบแทนก็มีหลายรูปแบบครับ ทั้งที่เป็นเงินจริง หรือเครดิตไว้สำหรับซื้อของ ซึ่งความรู้นี้สามารถนำไปประยุกต์ได้กับการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

กรณีศึกษาที่ผมอยากจะยกตัวอย่างถึงก็คือ Referral Program (โปรแกรมบอกต่อ เพื่อรับโบนัส) ของเว็บรวมดีลอันดับหนึ่งในประเทศไทยที่มีชื่อว่า “Ensogo.com” เว็บซึ่งมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมากในช่วง 1 ขวบปีที่ผ่านมา กับจำนวนสมาชิกหลักแสนที่เป็นตัวยืนยันถึงความสำเร็จได้อย่างชัดเจน

 Ensogo_like

Read more »

ทำไมคนทำ PPC ส่วนใหญ่จึงขาดทุน

จำได้ว่าเมื่อครั้งแรกที่เข้ามาทำ Affiliate ก็เริ่มจากการอ่านหนังสือที่มีชื่อว่า Google Make Me Rich เนื้อหาที่ถูกเขียนบรรยายทำให้ผมรู้สึกว่าการทำ Affiliate นี่มันง่ายเสียเหลือเกิน คำว่า “ให้เงินทำงาน” บวกกับความฝันว่าจะมีเงินเข้ามามากมายเหมือนผู้เขียน โดยไม่ต้องออกไปทำงานเป็นลูกจ้างต๊อกต๋อย ทำให้เริ่มทำโดยที่ไม่รู้เลยว่าระหว่างทางเต็มไปด้วยหุบเหว

Google Adwords คือผู้ให้บริการเจ้าแรกที่ผมใช้ พร้อมกับฝากความทรงจำแรกพบที่ไม่ดีนัก สินค้าทุกชิ้นที่หยิบมาทำ Affiliate ไม่เคยสร้างผลกำไรให้ผมเลย ถึงแม้จะเข้าสัมมนา Advance Course แล้วทำตามก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ แต่แล้ววันนึงผมก็ได้ค้นพบคำตอบว่า การทำ PPC อย่างไรถึงจะได้เงินมหาศาล ที่สำคัญคือผมรู้เหตุผลว่าทำไมผมถึงขาดทุนตลอดการทำ PPC ในช่วงที่ผ่านมา และคำตอบของผมก็คือ

Money-1-1

1. เลือกสินค้ากำไรน้อย

ผมมักจะได้ยินเสมอว่าของราคาถูกขายง่าย แน่นอนครับมันขายง่ายแต่มันไม่เหมาะกับการเลือกที่จะมาทำ PPC เหตุผลก็คือ หากเราต้องเสียเงินเท่ากันเพื่อให้ได้ผู้เยี่ยมชมเว็บ แต่เราดันไปเสนอขายสินค้าที่ได้ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย มันคุ้มแล้วเหรอที่จะต้องเสียเวลากับผลกำไรอันน้อยนิด

2. จ่ายแพง เกินตัว

กลยุทธ์การบิดโฆษณามีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบหนึ่งที่ผมใช้แล้ว หมดตัวเร็วที่สุด คือการบิดแบบพ่อบุญทุ่มใจใหญ่ (สมองเล็ก) บิดแพงเข้าว่าให้โฆษณาทำอันดับ เพื่อหวังว่าหากโชคดีไอ้คนที่เข้ามาคลิ๊กจะซื้อของเราจะได้กำไรส่วนต่าง 20% ก็ยังดี … โทษนะครับ นี่ไม่ใช่การเสี่ยงโชคนะครับ ธุรกิจนี้มีการแข่งขัน ไม่ใช่การเสี่ยงดวง การบิดแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้หลายคนหมดตัวแบบเลิกทำ Affiliate ไปแล้วหลายคน

3. เลือก Mass Keywords ผิด

เคยได้ยินรึเปล่าครับ Mass Keywords Vs. Long Tail Keywords ทั้งสองรูปแบบทำเงินได้หมด แต่รูปแบบที่มีโอกาสขาดทุนเร็วที่สุดคือ Mass Keywords พูดง่ายๆ คือ Keywords ที่มันกว้างๆ เช่น Digital Cameras, Laptop Deals อะไรพวกนี้.. ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาทำ PPC ครับ

4. Landing Page ไม่ได้เรื่อง

พวกฝรั่งจำนวนมากทำ Sale Page ออกมาขายโดยโฆษณาว่า Conversion แจ่มบ้าง อะไรบ้าง สำหรับหน้า Landing Page ก็เปรียบเสมือนหน้าที่จะช่วยให้เราปิดการขายได้ แต่สำหรับการทำ Affiliate นั้น แต่ใช้ว่า Landing Page ที่เหมาะกับตลาดนึง จะเหมาะกับอีกตลาดนึง บางตลาดข้อมูลน้อยๆ ดีกว่า บางตลาดข้อมูลครบถ้วนดีกว่า หากเลือกไม่เหมาะสมก็เท่ากับว่าเงินที่เราเสียไปให้คนเข้ามาแล้วจากไปก็ไม่ต่างกับทิ้งเงินลงถังขยะ

ผมว่าเพียงแค่ทุกท่านทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมบอกกล่าวก็จะมองเห็นตัวเองแล้วว่า ที่ผ่านมาทำไมถึงทำ PPC แล้วขาดทุนเป็นประจำ แน่นอนว่าหากทำตามที่ผมบอกก็ใช่ว่าจะกำไรมหาศาล และอย่าเชื่อไปซะทุกสิ่ง ให้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง คัดกรองสาระ แล้วนำมาลองปฎิบัติเพื่อดูผลว่าเป็นอย่างไร ของให้โชคดีครับ

Pay Per Post (PPP) อีกรูปแบบของการทำการตลาด

เชื่อว่าทุกท่านเคยทำโฆษณาในรูปแบบของ PPC (Pay Per Click) กับ Search Engine กันมาแล้ว วันนี้ผมจะมาแนะนำการทำการตลาดอีกรูปแบบนึงที่น่าสนใจมาให้ได้ลองศึกษากันดู เผื่อจะมีช่องทางในการทำธุรกิจ Affiliate มากขึ้น

Ppp_2

Pay Per Post (PPP) – คือรูปแบบการทำ Marketing ในรูปแบบของ Blog Marketing แต่แทนที่เราจะมาเขียนบทความลง Blog ของเรา ก็มาจ้างชาวบ้านเขียน ซึ่งบทความที่เขียนขึ้นนั้นเราสามารถกำหนดรูปแบบได้ รวมถึงลิงค์ปลายทางที่เราต้องการจะแทรกไว้ในบทความด้วย

การใช้งาน Pay Per Post เดิมทีเราจะต้องติดต่อหา Blogger และนำเสนอราคาเพื่อให้เขาสร้างชิ้นงานให้ แต่ปัจจุบันไม่ยุ่งยากแล้วเพราะมี PayPerPost.com เข้ามารับหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง Advertiser กับ Bloggers โดยเราจะต้องเติมเงินเข้าระบบก่อนใช้งาน และจะถูกตัดเงินเมื่อเราได้เสนอให้ Blogger เริ่มเขียนบทความนั้นๆ

Ppp_1

สำหรับราคาต่อ 1 บทความ เราสามารถกำหนดได้ครับว่าจะจ้างเขียนที่ราคาเท่าไร ยิ่งเราตั้งราคาไว้สูง จำนวนผู้สนใจเข้ามาเขียนบทความให้เราก็มากตามไปด้วย ดังนั้นเราควรพิจรณาเลือกอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้ได้มาซึ่งบทความที่เราต้องการครับ

เรามาลองดู ข้อดี-ข้อเสีย จากการทำ Pay Per Post กันครับ

ข้อดี

  1. บทความถูกเผยแพร่ให้คนที่สนใจเข้าดู (ขึ้นอยู่กับการเลือก Blog ว่าตรงกลุ่มเป้าหมายมากแค่ไหน)
  2. มีส่วนช่วยในการทำ SEO ในกรณีที่ทำลิงค์จากบทความคุณภาพจำนวนมากมายังเว็บเรา

ข้อเสีย

  1. ราคาค่อนข้างสูงหากต้องการลงบทความในเว็บที่มีชื่อเสียง
  2. บทความอาจจะถูกลบ หรือเปลี่ยนแปลงได้ หากเจ้าของเว็บเข้าไปแก้ไขหลังจากได้รับเงิน (มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

เมื่อเรารู้เช่นนี้แล้ว เราก็ควรมีหลักการพิจรณาในการทำ Pay Per Post เพื่อให้ได้ประสิทธิผลที่ดีสุดครับ ซึ่งหลักโดยทั่วไปที่เราควรจะนำมาพิจรณามีดังต่อไปนี้

  1. Blog / Website มีผู้เยี่ยมชมของกลุ่มเป้าหมาย
  2. ผู้เขียนบทความมีความเข้าใจในบทความอย่างถ่องแท้ เพื่อให้ได้บทความที่มีคุณภาพสูงสุด
  3. ลิงค์ออกจากหน้าบทความไม่มากเกินไป เพื่อส่งผลดีต่อการทำ SEO

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับการทำการตลาดในรูปแบบ Pay Per Post น่าสนใจใช่ไหมครับ ที่สำคัญนอกจากเราจะทำตัวเป็น Advertisers หรือผู้ลงโฆษณาแล้ว เรายังสามารถเป็น Publishers เพื่อรับจ้างเขียนบทความหาเงินได้อีกด้วย หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ไม่มาก ก็มากๆๆๆๆ นะครับ :)

adCenter เตรียมเก็บกวาด Affiliate Ads ข้อหา QBR ต่ำ !!

หลังจากที่พวกเรา Affiliate Marketers ต้องดิ้นรนหาช่องทางโฆษณาในรูปแบบ PPC หลังจากโดน Google Adwords ไล่แบน Account มาล่าสุดวันนี้เพื่อนผมคนนึงที่ทำ Affiliate กับ Amazon.com โดยโฆษณารูปแบบ PPC (Pay Per Click) กับ Microsoft adCenter ก็มาปรึกษาผมเกี่ยวกับปัญหาที่เขาได้พบเจอ

Microsoft-lanseza-propriul-AdCenter-pentru-MSN-2

ปัญหาดังกล่าวนั่นก็คือ … โฆษณาหยุดแสดง ไปซะเฉยๆ คำถามแรกของผมคือ เขาแจ้งไหมว่าสาเหตุอะไร? ในทีแรกเพื่อนผมท่านนี้เขาก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆล่วงหน้า ผมจึงให้เขาส่ง email ไปถาม เผื่อว่าจะได้กระจ่าง และแก้ปัญหาได้ถูกจุด แต่คำตอบที่ได้กลับมามันช่างเป็นอนาคตที่ขุ่นมัวของเหล่า Affiliate Marketers เสียจริงๆ …

Read more »