มาทำโฆษณาด้วย PPV กันดีกว่า

รูปแบบการทำโฆษณาแบบ Paid Traffic นั้นมีหลากหลายรูปแบบ PPV เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ Affiliate Marketers นิยมนำมาใช้เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ วันนี้ผมจึงอยากจะมาลงรายละเอียดให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้กันสักหน่อยว่ามันคืออะไร

Pay Per View (ppv) ได้รับความนิยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากค่าโฆษณาที่มีราคาถูกเพียง $0.01 ต่อการแสดงโฆษณา 1 ครั้ง ซึ่งรูปแบบโฆษณาจะเป็นรูปภาพ หรือหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการ โดยโฆษณาดังกล่าวจะไม่ได้แสดงที่หน้าเว็บโดยตรง แต่จะแสดงขั้นมาทับเนื้อหาในหน้า Browser หรือเปิดหน้าต่างใหม่ที่มีแต่โฆษณาของเราขึ้นมาขวางหูขวางตา

PPV - Pay Per View

ด้วยเหตุนี้ PPV จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Interruption Marketing เพราะโฆษณานั้นถูกยัดเยียดให้กับผู้ใช้งาน internet คำถามคือ “ไม่ผิดกฎหมายหรือ?” คำตอบคือ “ไม่ครับ” เหตุผลก็เพราะผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่จะเห็นโฆษณาได้ทำการยอมรับข้อตกลงว่าจะดูโฆษณาไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือเป็นความเต็มใจของผู้ใช้งาน เราก็มีหน้าที่แค่นำเสนอสินค้า และบริการไปที่หน้าจอเขาก็พอ

การที่เราจะกำหนดว่าโฆษณาเราจะแสดงกับใคร เมื่อไรนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำคือกำหนดเป้าหมาย (Targets) ที่เราต้องการให้เห็นโฆษณา ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ

  1. URL Targets
  2. Kyeword Targets

URL Targets – หมายถึง โฆษณาเราจะแสดงเมื่อผู้ใช้งานเข้าเว็บ URL ดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น เราประมูล “apple.com/iphone” ที่ราคา $0.02 หากผู้ใช้งานเข้าไปยัง apple.com/iphone เมื่อไรโฆษณาของเราจะแสดงขึ้นมาทันที

Keyword Targets – หมายถึง โฆษณาเราจะแสดงเมื่อที่ช่อง address bar ใน browser มี keyword ที่เราประมูลปรากฎอยู่ เช่น เราประมูล “ipad3” ที่ราคา $0.015 เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปยังเว็บ google.com แล้วทำการค้นหาข้อมูล ipad3 ที่ช่อง address bar จะกลายเป็น google.com/….q=ipad3 ซึ่งในนั้นจะมีคำว่า “ipad3” และเมื่อเป็นเช่นนี้โฆษณาของเรากู้จะถูกนำมาแสดง

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ PPV จำนวนมาก แต่ที่ได้รับความนิยมและคนไทยสามารถเข้าไปทำได้คือ
MediaTraffic และ LeadImpact ทั้งสองเจ้านี้เราจะต้องนำเงินเติมเข้าไปก่อนโฆษณาโดยหักเงินผ่านบัตรเครดิต

Leadimpact

Mediatraffic

สิ่งที่อาจจะทำให้เพื่อนๆ รำคาญใจนิดกับการทำโฆษณาแบบ PPV ก็คือความล่าช้าในการอนุมัติโฆษณา เพราะเราจะต้องคอยให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทั้ง Targets และ Landingpage ว่าแสดงผลถูกต้อง และเป็นไปตามกฎระเบียบของเขาหรือไม่ โดยทั่วไปจะใช้เวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง

การทำโฆษณาแบบ PPV นั้นหากไม่มีการปรับปรุงโฆษณาให้ถูกต้องก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง ถึงแม้ว่าค่าโฆษณาจะถูกมากเพียงใดก็ตาม ดังนั้นเพื่อนๆ ควรตรวจสอบคุณภาพ และปรับปรุงโฆษณาให้มีค่า CTR และ Conversion ให้สูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับการทำโฆษณารูปแบบ PPV นี่ก็เป็นอีกช่องทางที่สามารถทำให้ Affiliate Marketers อย่างพวกเราเข้าไปกอบโกยรายได้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ประสบความสำเร็จในการทำ Affilaite นะครับ

4 thoughts on “มาทำโฆษณาด้วย PPV กันดีกว่า

  1. ใน neverbule หัวข้อ Promotion Allowed: ไม่เห็น ppv อยากให้คุณโน้ตอธิบายหน่อย

    Web = ?
    Email = ?
    Search = ?
    SocialNet = ?
    DLS = ?
    RegPath = ?
    Host And Post / Whitelabel = ?

    ลองเทส network ตอนนี้ได้ได้มา 3 lead แล้วใน neverbule แต่ยังไม่เข้าใจ Promotion Allowed: อยากให้คุณ note อธิบาย Promotion Allowed: ให้เคลียร์นิดหนึ่งครับจะได้จัดเต็มครับ

  2. ตามนี้เลยครับ :)

    Glossary Of CPA Terms
    ==============

    Email – Email Marketing
    Search – Adword, adCenter, YSM, 7Search…
    DLS – PPV, Adware
    Web – Banner, Contextual Ads
    RegPath – Installation path, register path เช่น ต้องกรอกข้อมูล offer ก่อนถึงจะเป็นสมาชิกได้
    SocialNet – Facebook, Hi5, Twitter….
    Host and Post – เก็บข้อมูลบางอย่างเช่น email ก่อน เสร็จแล้วค่อย post ข้อมูลไปที่ offer
    Whitelabel – ทำฟอร์มของเราเองแล้วส่งข้อมูลให้ offer

  3. ขอบคุณมากครับ ผมก็งงกับคำที่ neverblue ใช้เหมือนกัน
    ok ครับ เดี๋ยวลองซักแคมเปน

  4. ผมเคยทำ PPV แต่เจ๊งไม่เป็นท่าหมดไปหลายร้อย $ โดย Traffic ไม่ Convert เลย อยากทราบเทคนิค หรือ Offer ที่เหมาะสมกับ Traffic จากประเภท PPV ครับ มีหลักการคร่าวๆมั้ยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>